YLD Anti Young PAD Anti Young PAD  (430 views)

What is YLD Anti Young PAD doing now?

ขอประณามการกระทำไม่เคารพกฎหมายของ พธม. ไร้อารยะมากๆๆ
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

November 14
 
Advertisement

Info

http://antiyoungpad.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

November 14

Location

Thailand

 

hi5 Games

Play hi5 Games

YLD Anti Young PAD hasn't played any games recently.

 

Journal

View 1 Entry    Add Comment

http://www.hi5.com/friend/group/3555826--%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A1.--front-html


กอปปี้เพสข้างบนนี้อะคัฟมันจะเข้ามันจะเข้าไปที่กรุ๊ป  นศ. ต่อต้านพธม.
ช้วยกันกระจายทีนะคัฟ  กรุ๊ป นักศึกษาต่อต้าน พันธมิตรคัฟ  สมัครกันมาเยอะๆนะครับมีข่าวความเคลื่อนไหวอะไรเราจะบอกนะครับ เพื่อจะรวมกันแสดงพลังคัฟ

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

YLD Anti Young PAD has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for YLD Anti Young PAD

May 20 1:44 PM
TRI says:
 
no justice no peace
 
May 10 10:34 AM
 
เมนข้างล้างนี้ ช่างสังเกตุนะครับ
 
 
Apr 12 8:49 PM
 
ทหารยิงประชาชนที่ดินแดง ข่าวทีวีบิดเบือน แพทย์บิดเบือนว่าไม่มีคนถูงยิง


 
 
Mar 13 7:04 AM
 
ขอประนามพวกที่ชอบให้ท้ายพันธมิตร....
 
Feb 7 5:48 PM
 
กูจะฆ่า ไอ้ยังเปรตตตตต

ไอ่พันธมวยหัวคิด 555+
 
Feb 6 7:15 AM
 
เสื้อแดงสู้ตายครับ
 
Jan 27 5:48 PM
M says:
 
การไหว้ 5 ครั้ง

ตำราพรหมชาติฉบับสมบูรณ์ โดย สำนักพิมพ์อำนาจสาส์น

ในวันหนึ่งคืนหนึ่ง ควรจะไหว้ให้ได้ 5 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ถ้ามีดอกไม้ธูปเทียนก็ควรบูชาด้วย ถ้าไม่มีก็ควรใช้มือ 10 นิ้ว กับปากและใจ ควรปฏิบัติเป็นประจำตลอดชีวิต

ครั้งที่หนึ่ง ว่า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 หน แล้วสวดพระพุทธคุณ คือ อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ หยัดรุลึกถึงพระปัญญาคุณทรงรู้ดีรู้ชอบสิ้นเชิง พระบริสุทธิคุณทรงละความเศร้าหมองได้หมดจดพระกรุณาคุณทรงแนะนำสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า แล้วกราบหนหนึ่ง

ครั้งที่สอง สวดพระธรรมคุณว่า สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกา ลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัยตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ หยุดระลึกถึงคุณพระธรรมที่รักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่วพ้นจากความมัวหมองประสบสุขได้แท้จริงแล้วกราบลงหนหนึ่ง

ครั้งที่สาม สวดพระสังฆคุณว่า สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริยะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ หยุดระลึกถึงคุณพระอริยะสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ตามกำลังศรัทธาความสามารถของแต่ละบุคคล แล้วกราบลงหนหนึ่ง

ต่อไปให้ตั้งใจกล่าว ไตรสรณคมน์เป็นสิ่งที่พึ่งตลอดชีวิตว่าดังนี้ คือ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ครั้งที่สี่ สวดระลึกถึงพระคุณบิดามารดาว่า เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทิกัญจะ ปุตตะนากัญจะ มาตาปิตุคุณัง วันทามิ แล้วหยุดระลึกถึงคุณบิดามารดาที่ได้ชุบเลี้ยงอุ้มชูมาจนเติบใหญ่ ป้องกันสรรพภัยทั้งปวงมิให้แผ้วพานจนเห็นชัดแจ้งแล้วกราบลงหนหนึ่ง

ครั้งที่ห้า สวดระลึกถึงคุณครูอาจารย์ว่า อุปัชฌายาจาริยาทิคุณัง วันทามิ แล้วหยุดระลึกถึงคุณครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ ที่ได้อบรมสั่งสอน ประสิทธิ์ประสาธน์ความรู้ให้แก่เราจนเห็นได้ชัดแล้วกราบลงหนหนึ่ง

ต่อจากนั้นให้นั่งพับเพียบไม่ต้องประณมมือ แล้วพิจารณาร่างกายของตนว่า “ร่างกายของเรานี้จะต้องแก่ หนีความแก่ไม่พ้น จะต้องเจ็บ หนีความเจ็บไม่พ้น จะต้องตาย หนีความตายไม่พ้น จะต้องพลัดพรากของที่รักที่ชอบใจทั้งสิ้น มีกรรมเป็นของ ๆ ตัว ทำดี จักได้ผลดี ทำชั่วจะได้ผลชั่ว เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ไม่แน่นอน เป็นทุกข์ย่อมสิ้นไปเสื่อมไปเป็นธรรมดา เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาไม่ได้”

เสร็จแล้วให้แผ่เมตตาให้แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งที่เป็นมิตรและศัตรูว่า “สัพเพสัตตา อะเวรา อัพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ” แปลความว่า ขอสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น จงอย่ามีเวรมีภัย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย จงบริหารตนให้พ้นจากทุกข์มีสุขถ้วนหน้าทั่วกันเถิดฯ

การไหว้พระ 5 ครั้งนี้ ถ้าวันไหนขาดไม่ได้ไหว้ ให้ไหว้ใช้ในวันรุ่งขึ้นเพิ่มขึ้นอีก 5 ครั้ง ถ้านั่งไหว้ไม่ไหวก็นอนไหว้ ถ้ายกมือไม่ขึ้นก็ใช้ปากกับใจ ถ้าปากพูดไม่ได้ก็ใช้ใจนึก ทำอย่างนี้จะเป็นเครื่องช่วยพยุงตนให้เป็นคนดี ไม่ให้ตกไปในทางชั่ว จะมีความสุขความเจริญยิ่งขึ้นเสมอทั้งทางคดีโลกและทางคดีธรรมฯ
 
Jan 26 9:02 PM
M says:
 
การหายใจลึกและช้า ดีอย่างไร
สืบเนื่องจากเรื่องจากเรื่องการฝึกสมองไบรท์ของคุณพี่วนิษา ก็ยังข้องใจอยู่ดีว่า ทำไมหายใจช้าๆ ลึกถึงดีก็ไปหาข้อมูลได้ดังนี้มีผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์มากมาย ที่พยายามศึกษาเรื่องนี้ และมีเทคนิคกลการฝึกหายใจต่างๆมากมาย

- การทำสมาธิ และการฝึกควบคุมการหายใจตามแบบฉบับศาสนาพุทธ กล่าวว่า คนมักเข้าใจผิดว่า การภาวนา คือการทำสมาธิ แต่ที่จริงแล้วต้องพูดว่า สมาธิ เป็นส่วนหนึ่งของภาวนา การภาวนามีองค์ประกอบ 2 อย่างคือ 1ทำสมาธิ 2ปฏิบัติวิปัสสนา การทำสมาธิก็เพื่อเป็นการพักผ่อนจิตใจเพื่อไปปฏิบัติภาวนาต่อและการทำสมาธิก็มีกลอุบายคือ การกำหนดรู้ลมหายใจนั่นเอง


- การหายใจนั้นลึกแล้วต้องช้านะ ถ้าลึกแล้วเร็วจะหน้ามืด เหตุผล คือ ทำให้ขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป CO2ในเลือดต่ำผิดปกติ (ความเป็นกรดลดลง เพราะCO2 มีฤทธิ์เป็นกรด อย่างในฝนกรด) ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย- นอกจากนี้แล้วการหายใจลึกๆ ช้าๆก็จริงก็ต้องอย่าลืมดูมลภาวะด้วยนะเออ และการหายใจทางจมูก จะช่วยกรองของเสียได้มากกว่าการหายใจทางปาก ต้องหายใจแบบให้ท้องขยับด้วย

- การบาดเจ็บที่กระดูกไขสันหลังระดับคอ มีผลต่อการหายใจให้มีประสิทธิภาพ

- ง่ายๆเลยก็คือ การหายใจนั้นก็เพื่อนำแก๊สออกซีเจนเข้าสู่ร่างกาย และเลี้ยงสมอง ถ้าหายใจลึกๆช้าๆแน่นอนว่า ต้องได้อากาศเข้าไปเยอะ และก็มีปริมาณออกซิเจนเยอะด้วยไง
อย่างเวลาหาวเนี่ย ก็คือ ร่างกาย ตัองการก๊าซออกซิเจนไง เพราะ เหนื่อยล้าจากกิจกรรมซึ่ง ออกซิเจนถูกนำไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงานไปเยอะ จึงต้องการทดแทน
ถ้าไม่งั้นก็ค้องลดกิจกรรม ซึ่งจะใช้ออกซิเจนลดลง ก็คือการนอนหลับนั่นเอง


นอกจากนี้ยังมีการวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความดันโลหิตกับการหายใจอีกด้วย

เรื่อง : หายใจช้าดีอย่างไร

ใคร : น.พ.อนวัช เสริมสวรรค์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล

ทำอะไร : รายงานจากผลวิจัยทางการแพทย์ว่า การลดความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีหลายวิธีในผู้ที่ยังมีอาการไม่มาก เช่น
- การควบคุมอาหาร
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- การทำกิจกรรมลดความเครียดและในที่นี้ได้เสนอวิธีการ หายใจอย่างที่เรียกว่ามีประสิทธิภาพ

อย่างไร : หายใจลึกให้มีอัตราต่ำกว่า 10 ครั้งต่อนาที เหตุผลคือ การหายใจลึก และช้านั้น จะกระตุ้นปลาย
ประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความดัน การเต้นของหัวใจ และการไหลกลับของเลือดเข้าสู่หัวใจ ทำให้ความดันลดลง แต่สำหรับผู้ที่ฝึกด้วยตนเองไม่ได้ ก็มีเครื่องช่วยฝึก Device-Guided
Breathing กล่าวว่าปราศจากผลข้างเคียง ใช้วันละ 15 นาที ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ถึง 14/9 มิลลิเมตรปรอท สามารถเห็นผลชัดเจนภายใน 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ต้องควบคู่กับวิธีอื่นด้วย

ประโยชน์ของการหายใจลึกๆ

ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ออกซิเจนที่ไปยังสมองเพิ่มขึ้นจะทำให้ความคิดสดใส
ช่วยป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ทำให้นอนหลับสบาย
การหายใจลึกๆ
การหายใจถูกต้องมีความสำคัญต่อการทำงานที่ให้ประโยชน์สูงสุด แต่เป็นเรื่องเศร้าใจที่ผู้ใหญ่หลายคนมีนิสัยของการหายใจไม่เต็มปอดโดยไม่ได้
ใช้ช่องท้องเข้ามาช่วย การหายใจไม่เต็มปอดทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และเป็นโรคซึมเศร้า การหายใจลึกๆทำได้โดยการ
ฝึกด้วยการนอนราบลงกับพื้นและเอามือหรือหนังสือวางลงบนหน้าท้อง ให้หายใจลึกๆจนหนังสือที่วางอยู่ขยับขึ้น และขยับขึ้นทุกครั้งที่หายใจเข้า
ให้ฝึกทำหลายครั้งต่อวันจนทำให้ติดเป็นนิสัยที่จะหายใจลึกๆ

จงดีใจที่ยังได้หายใจอยู่...และ ทำประโยชน์ให้กับชีวิตตน และ ผู้อื่น..
สาธุ ขอธรรมะ คุ้มครอง
 
Jan 26 9:01 PM
M says:
 
การหายใจลึกและช้า ดีอย่างไร
สืบเนื่องจากเรื่องจากเรื่องการฝึกสมองไบรท์ของคุณพี่วนิษา ก็ยังข้องใจอยู่ดีว่า ทำไมหายใจช้าๆ ลึกถึงดีก็ไปหาข้อมูลได้ดังนี้มีผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์มากมาย ที่พยายามศึกษาเรื่องนี้ และมีเทคนิคกลการฝึกหายใจต่างๆมากมาย

- การทำสมาธิ และการฝึกควบคุมการหายใจตามแบบฉบับศาสนาพุทธ กล่าวว่า คนมักเข้าใจผิดว่า การภาวนา คือการทำสมาธิ แต่ที่จริงแล้วต้องพูดว่า สมาธิ เป็นส่วนหนึ่งของภาวนา การภาวนามีองค์ประกอบ 2 อย่างคือ 1ทำสมาธิ 2ปฏิบัติวิปัสสนา การทำสมาธิก็เพื่อเป็นการพักผ่อนจิตใจเพื่อไปปฏิบัติภาวนาต่อและการทำสมาธิก็มีกลอุบายคือ การกำหนดรู้ลมหายใจนั่นเอง


- การหายใจนั้นลึกแล้วต้องช้านะ ถ้าลึกแล้วเร็วจะหน้ามืด เหตุผล คือ ทำให้ขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป CO2ในเลือดต่ำผิดปกติ (ความเป็นกรดลดลง เพราะCO2 มีฤทธิ์เป็นกรด อย่างในฝนกรด) ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหดตัว ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย- นอกจากนี้แล้วการหายใจลึกๆ ช้าๆก็จริงก็ต้องอย่าลืมดูมลภาวะด้วยนะเออ และการหายใจทางจมูก จะช่วยกรองของเสียได้มากกว่าการหายใจทางปาก ต้องหายใจแบบให้ท้องขยับด้วย

- การบาดเจ็บที่กระดูกไขสันหลังระดับคอ มีผลต่อการหายใจให้มีประสิทธิภาพ

- ง่ายๆเลยก็คือ การหายใจนั้นก็เพื่อนำแก๊สออกซีเจนเข้าสู่ร่างกาย และเลี้ยงสมอง ถ้าหายใจลึกๆช้าๆแน่นอนว่า ต้องได้อากาศเข้าไปเยอะ และก็มีปริมาณออกซิเจนเยอะด้วยไง
อย่างเวลาหาวเนี่ย ก็คือ ร่างกาย ตัองการก๊าซออกซิเจนไง เพราะ เหนื่อยล้าจากกิจกรรมซึ่ง ออกซิเจนถูกนำไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงานไปเยอะ จึงต้องการทดแทน
ถ้าไม่งั้นก็ค้องลดกิจกรรม ซึ่งจะใช้ออกซิเจนลดลง ก็คือการนอนหลับนั่นเอง


นอกจากนี้ยังมีการวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความดันโลหิตกับการหายใจอีกด้วย

เรื่อง : หายใจช้าดีอย่างไร

ใคร : น.พ.อนวัช เสริมสวรรค์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล

ทำอะไร : รายงานจากผลวิจัยทางการแพทย์ว่า การลดความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมีหลายวิธีในผู้ที่ยังมีอาการไม่มาก เช่น
- การควบคุมอาหาร
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- การทำกิจกรรมลดความเครียดและในที่นี้ได้เสนอวิธีการ หายใจอย่างที่เรียกว่ามีประสิทธิภาพ

อย่างไร : หายใจลึกให้มีอัตราต่ำกว่า 10 ครั้งต่อนาที เหตุผลคือ การหายใจลึก และช้านั้น จะกระตุ้นปลาย
ประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความดัน การเต้นของหัวใจ และการไหลกลับของเลือดเข้าสู่หัวใจ ทำให้ความดันลดลง แต่สำหรับผู้ที่ฝึกด้วยตนเองไม่ได้ ก็มีเครื่องช่วยฝึก Device-Guided
Breathing กล่าวว่าปราศจากผลข้างเคียง ใช้วันละ 15 นาที ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ถึง 14/9 มิลลิเมตรปรอท สามารถเห็นผลชัดเจนภายใน 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ต้องควบคู่กับวิธีอื่นด้วย

ประโยชน์ของการหายใจลึกๆ

ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ออกซิเจนที่ไปยังสมองเพิ่มขึ้นจะทำให้ความคิดสดใส
ช่วยป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ทำให้นอนหลับสบาย
การหายใจลึกๆ
การหายใจถูกต้องมีความสำคัญต่อการทำงานที่ให้ประโยชน์สูงสุด แต่เป็นเรื่องเศร้าใจที่ผู้ใหญ่หลายคนมีนิสัยของการหายใจไม่เต็มปอดโดยไม่ได้
ใช้ช่องท้องเข้ามาช่วย การหายใจไม่เต็มปอดทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และเป็นโรคซึมเศร้า การหายใจลึกๆทำได้โดยการ
ฝึกด้วยการนอนราบลงกับพื้นและเอามือหรือหนังสือวางลงบนหน้าท้อง ให้หายใจลึกๆจนหนังสือที่วางอยู่ขยับขึ้น และขยับขึ้นทุกครั้งที่หายใจเข้า
ให้ฝึกทำหลายครั้งต่อวันจนทำให้ติดเป็นนิสัยที่จะหายใจลึกๆ

จงดีใจที่ยังได้หายใจอยู่...และ ทำประโยชน์ให้กับชีวิตตน และ ผู้อื่น..

สาธุ ขอธรรมะ คุ้มครอง
 
Jan 26 12:34 AM
M says:
 
ข้อควรรู้เกี่ยวกับเนื้อร้าย 13 ประการ
-----------------------

1. ทุกคนมีเซลล์เนื้อร้ายอยู่ในร่างกาย เซลล์จำพวกนี้จะไม่สามารถตรวจหาพบโดยเครื่องมือทางการแพทย์จนกว่าจะมีปริมาณเซลล์เป็น 2-3 ร้อยล้านเซลล์ หากไปพบหมอ แล้วหมอบอกว่าคุณไม่มีเซลล์เนื้อร้ายในร่างกายหลังจากการตรวจ นั่นแค่หมายความว่าเครื่องมือทางการแพทย์ไม่สามารถตรวจพบเซลล์เนื้อร้ายได้ เนื่องจากขนาดของเซลล์เนื้อร้ายยังไม่มากพอ หรือขนาดยังไม่ใหญ่พอให้เครื่องมือตรวจเจอ
2. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง เซลล์เนื้อร้ายก็จะถูกทำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์เนื้อร้ายขยายตัว และสร้างก้อนเนื้อร้าย

3. เมื่อคนไข้ถูกบ่งชี้ว่าเป็นเนื้อร้าย แสดงให้เห็นว่ามีการขาดสารอาหารบางชนิด โภชนาการไม่ดี กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร หรือปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต

4. การเอาชนะเซลล์เนื้อร้าย สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

5. วิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะต่อสู้กับเซลล์เนื้อร้าย คือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย โดยการหยุดให้อาหารที่เซลล์เนื้อร้ายจำเป็นต้องนำไปใช้

อาหารที่เซลล์เนื้อร้ายต้องการ
--------------------

6. น้ำตาล เช่นน้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลเทียม เช่น Equal ให้ใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง แต่ใช้ในปริมาณที่น้อยมาก และเกลือมีสารจำเป็นที่เซลล์เนื้อร้ายนำไปใช้ ควรงด หรือทานในปริมาณน้อย

7. นม ควรดื่มน้ำนมถั่วเหลืองทดแทน

8. เนื้อสัตว์เซลล์เนื้อร้าย เจริญเติบโตในสภาพที่เป็นกรด การบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสภาพที่เป็นกรด ควรรับประทานอาหารประเภทปลา ดีกว่าหมู เนื้อ และเนื้อสัตว์มีแบคทีเรียใช้ฮอร์โมนในการเจริญเติบโตปนเปื้อน ที่เป็นอันตรายต่อคนไข้ที่เป็นเนื้อร้าย เนื้อสัตว์ ย่อยยาก และต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก และเนื้อที่ย่อยไม่หมดจะคงตกค้างอยู่ในลำไส้ อันนำไปสู่สารพิษตกค้าง

เซลล์เนื้อร้ายมีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้ระบบ

ภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์เนื้อร้ายได้ง่ายขึ้น


สิ่งที่เราควรทำเพื่อยับยั้งไม่ให้เนื้อร้ายเติบโต
------------------------------

1.หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ชอคโกแลต ที่มีคาเฟอีนสูง เปลี่ยนเป็นชาเขียวที่มีสารต้านเนื้อร้าย ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำกรองดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำประปาแบะเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ที่มีสภาพเป็นกรด

2. มองโลกในแง่ดี เซลล์เนื้อร้าย เป็นเชื้อโรคของจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การควบคุมอารมณ์และมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น อารมณ์โกรธ ขมขื่น หรือความเครียดจะสร้างสภาพความเป็นกรดให้ร่างกาย ควรเรียนรู้ที่จะรักและให้อภัย พักผ่อนและสนุกกับการใช้ชิวิต

3. หมั่นออกกำลังกาย เซลล์เนื้อร้ายไม่สามารถเจริญเติบโตในที่มีออกซิเจนได้ การออกกำลังกายทุกวัน และหายใจเข้าลึก ๆ จะช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเซลล์ การบำบัดด้วยออกซิเจนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำลายเซลล์เนื้อร้าย

4.ทานน้ำผักและผลไม้ให้มาก 80% ของผักและน้ำผลไม้สด ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญญาพืช จะช่วยให้ร่างกายมีสภาพเป็นด่าง 20% จากอาหารที่ปรุงแล้ว น้ำผักและน้ำผลไม้สดจะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ที่ดี ดังนั้นควรดื่มน้ำผักสด และกินผักดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เพราะเอนไซม์จะถูกทำลายที 40c

5.ทานวิตามิน E,C อาหารเสริมบางอย่างช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อไปทำลายเซลล์เนื้อร้าย เช่นวิตามินอี วิตามินซี

และก็อย่ามองข้าม มะเร็งในอารมณ์.. ใช้ธรรมะเป็นเกราะกำบัง..

ขอธรรมะคุ้มครอง
 
Jan 24 3:59 PM
 
สวัสดีปีใหม่ นปก น้อย ช่วงนี้มีกิจกิจกรรมอะไรใหม่ๆเปล่
 
Jan 18 9:40 PM
M says:
 
พระพุทธเจ้าองค์ใหม่
พระอานนท์พุทธอนุชาได้ทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน เรื่อง “พระโพธิสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใหม่ในอนาคต” ไว้ดังนี้ “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเหล่าใดบำเพ็ญพระบารมีที่จะให้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย มีอยู่ บุคคลเหล่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้วนั้นมีกี่คน พระพุทธเจ้าข้า”
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสดับคำทูลถามของพระอานนท์แล้ว พระองค์จึงทรงมีพุทธดำรัสว่า “ดูก่อน! อานนท์ผู้ประเสริฐที่ท่านถามต่อตถาคตนี้ดีแล้ว”
พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ว่าโดยส่วนรวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น ๕๑๐ พระองค์ แต่พระโพธิสัตว์ผู้มีพระบารมียังอ่อนอยู่มีจำนวน ๕๐๐ พระองค์ พระโพธิสัตว์ผู้มีพระบารมีแก่กล้าแล้วมีจำนวน ๑๐ พระองค์ พระโพธิสัตว์ ๑๐ พระองค์นี้ จะอุบัติขึ้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลต่อไปตามลำดับ ส่วนพระโพธิสัตว์ที่เหลือ ๕๐๐ พระองค์ ยังสร้างสมอบรมพระบารมีอยู่ ดังนั้น พระนามและการกำหนดเวลาที่จะอุบัติเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงยังมิได้ปรากฏ
พระอานนท์เถระทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระโพธิสัตว์ ๑๐ พระองค์ ผู้จะอุบัติขึ้นตามลำดับนั้น มีใครบ้าง? ขอพระองค์ทรงแสดงพระนามแห่งพระโพธิสัตว์ ๑๐ พระองค์นี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า”
ดูก่อน! อานนท์ผู้ประเสริฐ เมื่อท่านอยากทราบ ตถาคตก็จะแสดงพระนามแห่งพระโพธิสัตว์ ๑๐ พระองค์ ที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใหม่ในอนาคตต่อจาก “เจ้าชายสิทธัตถะ” ซึ่งจะอุบัติขึ้นตามลำดับ ดังต่อไปนี้
พระนามในสมัยพุทธกาล
๑. พระอชิตะเถระ
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า
ชื่อของกัป ภัทรกัป นี้

ในระหว่างนี้เป็นสุญญกัป (กัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้)
เป็นเวลา ๑ สุญญอสงไขยกัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๒. พระเจ้ารามะ
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระรามะพุทธเจ้า
ชื่อของกัป มัณฑกัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๓. พระเจ้าปเสนทิโกศล
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระธัมมราชาพุทธเจ้า

พระนามในสมัยพุทธกาล
๔. อภิภูเทวดา (พระยามาร)
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระธัมมสามีพุทธเจ้า
ชื่อของกัป สารกัป

ในระหว่างนี้เป็นสุญญกัป (กัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้)
เป็นเวลา ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๕. อสุรินทราหู (ทีฆโสณี)
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระนารทะพุทธเจ้า
ชื่อของกัป มัณฑกัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๖. โสณพราหมณ์ (จังกีพราหมณ์)
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระรังสีมุนีพุทธเจ้า

พระนามในสมัยพุทธกาล
๗. สุภมานพ
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระเทวเทวะพุทธเจ้า
ชื่อของกัป มัณฑกัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๘. โตเทยยพราหมณ์
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระธัมมิสสระพุทธเจ้า

ในระหว่างนี้เป็นสุญญกัป (กัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้)
เป็นเวลา ๖๔ มหากัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๙. ช้างนาฬาคิรี
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระติสสะพุทธเจ้า
ชื่อของกัป มัณฑกัป

พระนามในสมัยพุทธกาล
๑๐. ช้างปาริเลยยกะ (ปาลิไลยกะ)
พระนามที่จะปรากฎในอนาคต
พระสุมังคละพุทธเจ้า
ชื่อของกัป มัณฑกัป

ขอให้ทุกคนจงตั้งอยู่บนความไม่ประมาททุกท่านเทอญ......
 
Jan 11 5:15 PM
M says:
 
มงคลชีวิต ๓๘ ประการ
๑ ไม่คบคนพาล
๒ คบบัณฑิต
๓ บูชาบุคคลที่ควรบูชา
๔ การอยู่ในประเทศที่สมควร
๕ การทำบุญไว้ในกาลก่อน
๖ การตั้งตนไว้ชอบ
๗ การเป็นพหูสูตร
๘ การมีศิลปะ
๙ พระวินัยที่ศึกษาดีแล้ว
๑๐ การมีวาจาสุภาษิต
๑๑ การบำรุงบิดามารดาให้เป็นสุข
๑๒,๑๓ การสงเคราะห์บุตรและภรรยา
๑๔ การงานไม่คั่งค้าง
๑๕ การให้ทาน
๑๖ การประพฤติธรรม
๑๗ การสงเคราะห์ญาติ
๑๘ การงานที่ปราศจากโทษ
๑๙ การงดเว้นจากบาป
๒๐ การระวังจากการดื่มน้ำเมา
๒๑ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
๒๒ การเคารพในบุคคลที่เคารพ
๒๓ การไม่หยิ่งผยอง
๒๔ การสันโดษ
๒๕ การรู้คุณ
๒๖ การฟังธรรมตามสมัย
๒๗ ความอดทน
๒๘ ความเป็นผู้ว่าง่าย
๒๙ การเห็นสมณะ
๓๐ การสนทนาธรรมตามกาล
๓๑ การบำเพ็ญตบะ
๓๒ การประพฤติพรหมจรรย์
๓๓ การเห็นอริยสัจ
๓๔ การทำพระนิพพานให้แจ้ง
๓๕ จิตผู้ถูกโลกธรรมกระทบแล้ว ไม่หวั่นไหว
๓๖ ความไม่ยินร้าย, ไม่โศก
๓๗ ความไม่ยินดี
๓๘ จิตที่มีความเกษมอยู่
 
Jan 7 7:05 AM
Ethan says:
 
เป็น นปก. ก็บอกมาตรงๆ ก็ได้ เป็นอีแอบแบบนี้ เสียเชิงชายหมด นะน้อง
 
Jan 6 4:58 PM
Bee says:
 
ขออนุญาตแนะนำนิดนึงนะค่ะ การวางลิงค์กลุ่มของคุณ แค่นี้ก็ได้ค่ะ
http://www.hi5.com/friend/group/3555826----front-html
เครื่องหมายต่าง ๆ ตรงกลางระหว่างหมายเลขประจำกลุ่ม กับคำว่า front-html
นั้นสามารถลบได้ค่ะ เพื่อน ๆ จะได้คัดลอกกันง่ายขึ้นและไม่ยาวเกินไปนะคะ
~หวังดีค่ะ~
βΣΣ
 
Dec 31, 2008 10:43 PM
 
ขอให้มีความสุข มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะค่ะ คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
 

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks